top of page

สร้างความฉลาดด้วย If Statement

Updated: Aug 15, 2021

ผ่านการสร้างเงื่อนไขทำให้เราสามารถเปลี่ยนคำสั่งตามเงื่อนไขที่ต้องการได้ เรียนกับ Ultimate Python

เพิ่มความฉลาดให้กับโปรแกรม

หากเราเขียนคำสั่งให้กับคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์ก็จะทำตามคำสั่งตรงตัวในทุกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้เราสามารถสั่งคำสั่งตามที่เราต้องการได้ในทุกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันการสั่งคำสั่งบางอย่างเราต้องการให้คอมพิวเตอร์มีการปรับแต่งการกระทำ ตามเงื่อนไขบางอย่างที่เปลี่ยนไป เพื่อให้มันสามารถตอบสนองกับสถานการณ์ได้ดีขึ้น

จึงเกิดเงื่อนไขที่ใช้สำหรับการ แยกกรณี เพื่อสั่งคำสั่งตามเงื่อนไขที่ต้องการ หรือชื่อทางการเรียกว่า Conditional Statement


กรณีตัวอย่าง

สร้างเงื่อนไขที่เปรียบเทียบค่า 2 ค่า และแสดงผลให้เห็นว่าค่าไหนมีค่ามากกว่ากัน หรือสุดท้ายแล้ว 2 ค่านี้มีค่าเท่ากัน


ข้อมูลที่ใช้

เราจะทำการจำลองการมีอยู่ของค่าทางคณิตศาสตร์ 2 ค่าเก็บไว้ในตัวแปร a และตัวแปร b


In [1]:
a = 5
b = 10


ผลลัพธ์ที่ต้องการ

จะถูกใช้เพื่อสร้างเงื่อนไขตามที่เราต้องการ โดยทำการแยกกรณีของการกระทำที่เกิดขึ้นได้ และสร้างเงื่อนไขที่สร้างค่า Boolean True เมื่อต้องการให้เกิดการกระทำ และ False เมื่อต้องการให้ไม่เกิดการกระทำ

ผลลัพธ์ที่ต้องการแบ่งออกเป็น 3 กรณี

แสดงผลว่า a มากกว่า b


In [2]:
print('a มีค่ามากกว่า b')
a มีค่ามากกว่า b 

แสดงผลว่า a น้อยกว่า b


In [3]:
print('a มีค่าน้อยกว่า b')
a มีค่าน้อยกว่า b 

แสดงผลว่า a เท่ากับ b


In [4]:
print('a มีค่าเท่ากับ b')
a มีค่าเท่ากับ b 

สร้างเงื่อนไข

เงื่อนไขจะถูกสร้างเพื่อบอกว่าเมื่อไรการกระทำใดจะได้ใช้งาน โดยเงื่อนไขคือชุดคำสั่งที่ทำการตรวจสอบสิ่งที่ต้องการและได้ผลลัพธ์มาเป็น Boolean True หรือ False ตามสถานะของเงื่อนไขนั้นๆ

เงื่อนไขของทั้ง 3 กรณี

เงื่อนไขเช็คว่า a มากกว่า b


In [5]:
a > b
Out[5]:
False

เงื่อนไขเช็คว่า a น้อยกว่า b


In [6]:
a < b
Out[6]:
True

เงื่อนไขเช็คว่า a เท่ากับ b


In [7]:
a == b
Out[7]:
False


ผูกเงื่อนไขกับคำสั่ง

ในการเขียนคำสั่งเพื่อทำงานอย่างกรณีตัวอย่าง เราจะต้องผูกเงื่อนไขเข้ากับการกระทำของแต่ละกรณีเพื่อสร้างคำสั่งที่จะทำ หรือไม่ทำขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่ต้องเช็คก่อน ซึ่งเราสามารถทำได้โดยการใช้ If Statement


If Statement

เป็นคำสั่งที่เราจะนำ เงื่อนไข และการกระทำมาผูกกันเพื่อให้ได้คำสั่งที่ทำงานเมื่อเงื่อนไขใดๆ มีค่า True โดย if statement ใดๆ จะมีเงื่อนไขเดียว และคำสั่งเดียวที่ได้ทำงาน ซึ่งลำดับความสำคัญของเงื่อนไขจะมีความสำคัญไล่จากบนลงล่าง เมื่อเงื่อนไขด้านบนรับค่า True หรือคำสั่งในเงื่อนไขได้ทำงานแล้ว จะจบ if statement ทันที

if condition:

เป็นเงื่อนไขชุดแรกใน if statement ที่ใช้สร้าง if statement และมีความสำคัญที่สุด


In [8]:
if a > b:
 print('a มีค่ามากกว่า b')

elif condition:

มีหรือไม่มีก็ได้ เป็นเงื่อนไขที่ต่อเติม if statement ให้สามารถทำงานได้หลากหลายกรณียิ่งขึ้น


In [9]:
if a > b:
 print('a มีค่ามากกว่า b')
elif a < b:
 print('a มีค่าน้อยกว่า b')
a มีค่าน้อยกว่า b 

else:

มีหรือไม่มีก็ได้ เป็นเงื่อนไขที่จะทำงานเมื่อเงื่อนไขด้านบนทั้งหมดไม่ทำงาน ดังนั้นหากมี else: อยู่ ใน if statement เงื่อนไขนี้จะสั่งคำสั่งแน่นอน


In [10]:
if a > b:
 print('a มีค่ามากกว่า b')
elif a < b:
 print('a มีค่าน้อยกว่า b')
else:
 print('a มีค่าเท่ากับ b')
a มีค่าน้อยกว่า b 


ตัวอย่างเงื่อนไขที่ใช้ได้

หลักสำคัญของการเพิ่มความฉลาดของโปรแกรมของเรา คือการสร้างเงื่อนไขให้ตอบโจทย์การใช้งานของเรา ซึ่งมีหลายเครื่องมือที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเงื่อนไขได้ เช่น

การเปรียบเทียบทางคณิตศาสตร์

ที่สร้างขึ้นเพื่อเลียนแบบเงื่อนไข โดยมีผลลัพธ์เป็น True ในกรณีที่ต้องการให้เงื่อนไขเป็นจริง และ False ในกรณีที่ต้องการให้เงื่อนไขไม่เป็นจริง


In [11]:
a > b
Out[11]:
False

การใช้คำสั่งเฉพาะ

ที่ถูกสร้างเพื่อใช้สร้างเงื่อนไข หรือการสร้าง Boolean โดยเฉพาะ เช่น การเช็คว่า มี object ที่ต้องการ อยู่ใน list หรือไม่ ด้วยคำสั่ง in


In [12]:
5 in [5,10,15]
Out[12]:
True

การใช้ Method

หลาย object มาพร้อมกับ method ที่สามารถใช้สร้างค่า Boolean และใช้สร้างเงื่อนไขได้ เช่น method ที่ทำงานร่วมกับ string


In [13]:
'Xippar'.startswith('X')
Out[13]:
True

เสร็จสิ้นสร้างโปรแกรมที่ฉลาดด้วย If statement


เรียนเรียน Python จาก 0 ฉบับวัยทำงานยุคใหม่

เริ่มไว ใช้ได้ทันที พร้อมการดูแลจากผู้สอนโดยตรง และกลุ่มแลกเปลี่ยนความรู้

เรียนรู้เกี่ยวกับคอร์สเรียนเพิ่มเติม https://ultimatepython.teachable.com/p/python-automation




29 views0 comments

Comentários


bottom of page